- ส่องแดนใต้
- http://focussouthern.com
- +062-0036837 - 080-5442698

ผลการสำรวจความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนตุลาคม 2568 เปรียบเทียบเดือนกันยายน 2568 และคาดการณ์ในอีก 3 เดือนข้างหน้า
รายการ |
กันยายน 2568 |
ตุลาคม 2568 |
คาดการณ์ใน 3 เดือนข้างหน้า |
||||||
เพิ่มขึ้น/ดีขึ้น |
คงที่/เท่าเดิม |
ลดลง/แย่ลง |
เพิ่มขึ้น/ดีขึ้น |
คงที่/เท่าเดิม |
ลดลง/แย่ลง |
เพิ่มขึ้นดีขึ้น/ |
คงที่/เท่าเดิม |
ลดลง/ |
|
28.00 |
43.10 |
28.90 |
29.20 |
43.80 |
27.00 |
38.60 |
47.50 |
13.90 |
|
2. รายได้จากการทำงาน |
25.80 |
43.00 |
31.20 |
27.30 |
43.90 |
28.80 |
32.40 |
50.10 |
17.50 |
3. รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็น |
32.10 |
45.50 |
22.40 |
32.20 |
43.40 |
24.40 |
35.60 |
51.30 |
13.10 |
4. รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว เช่น การเดินทาง |
28.00 |
45.20 |
26.80 |
29.10 |
47.20 |
23.70 |
36.80 |
48.60 |
14.60 |
5. ความสุขในการดำเนินชีวิต |
27.70 |
43.20 |
29.10 |
28.70 |
44.50 |
26.80 |
34.70 |
51.70 |
13.60 |
6. ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) |
26.60 |
45.40 |
28.00 |
26.90 |
45.80 |
27.30 |
32.80 |
54.10 |
13.10 |
7. การออมเงิน |
24.10 |
42.50 |
33.40 |
24.60 |
42.70 |
32.70 |
39.70 |
45.10 |
15.20 |
8. การรักษามาตรฐานค่าครองชีพ |
25.00 |
42.40 |
32.60 |
25.20 |
41.30 |
33.50 |
39.60 |
49.80 |
10.60 |
9. การลดลงของหนี้สิน |
23.90 |
43.00 |
33.10 |
24.70 |
43.80 |
31.50 |
32.80 |
35.70 |
31.50 |
10. ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน |
25.50 |
44.30 |
30.20 |
25.90 |
45.70 |
28.40 |
32.80 |
53.70 |
13.50 |
11. การแก้ปัญหายาเสพติด |
23.00 |
41.80 |
35.20 |
23.20 |
41.20 |
35.60 |
30.10 |
54.60 |
15.30 |
12. การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัด |
26.20 |
46.60 |
27.20 |
26.10 |
46.10 |
27.80 |
34.20 |
51.20 |
14.60 |
13. การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ |
27.10 |
40.30 |
32.60 |
27.60 |
42.10 |
30.30 |
32.50 |
45.80 |
21.70 |
ความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนสิงหาคม กันยายน และตุลาคม 2568
รายการ |
2568 |
||
สิงหาคม |
กันยายน |
ตุลาคม |
|
43.90 |
43.90 |
47.40* |
|
2. รายได้จากการทำงาน |
42.50 |
42.10 |
43.30* |
3. รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครอบครัว |
57.80 |
57.70 |
57.60 |
4. รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว เช่น การเดินทาง ที่พัก อาหาร และอื่น ๆ |
47.90 |
47.20 |
48.70* |
5. ความสุขในการดำเนินชีวิต |
47.10 |
47.10 |
48.20* |
6. ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) |
40.70 |
40.30 |
41.10* |
7. การออมเงิน |
39.20 |
39.00 |
39.50* |
37.40 |
37.30 |
37.30 |
|
9. การลดลงของหนี้สิน |
43.30 |
43.00 |
43.40* |
42.50 |
42.40 |
42.60* |
|
11. การแก้ปัญหายาเสพติด |
36.00 |
35.50 |
35.40 |
12. การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ |
33.20 |
33.10 |
33.00 |
13. การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ |
37.60 |
37.60 |
38.90* |
14. ความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวม |
42.20 |
42.00 |
42.80* |
* หมายถึง ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนที่เพิ่มขึ้น

ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ รายงานผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวมเดือนตุลาคม (42.80) ปรับตัวเพิ่มเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกันยายน (42.00) และเดือนสิงหาคม (42.20) โดยดัชนีที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม รายได้จากการทำงาน รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว ความสุขในการดำเนินชีวิต ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) การออมเงิน การลดลงของหนี้สิน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนที่เพิ่มขึ้น สาเหตุที่สำคัญ คือ ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชน ที่เรียกว่า "Quick Big Win" ซึ่งเป็นการกระตุ้นสั้น แต่หวังผลในระยะยาว รวมถึงสามารถกระจายความเจริญไปทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทย โดยมีโครงการและมาตรการ ดังนี้
1. โครงการ "คนละครึ่งพลัส" มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ ลดรายจ่ายให้กับประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และทำให้เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจไหลเวียนไปสู่ผู้ค้ารายย่อยโดยตรง ซึ่งเป็นภาคส่วนสำคัญของเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ร้านค้าชุมชน หาบเร่ แผงลอย โดยประชาชนจะได้รับจำนวน 20 ล้านสิทธิ์ ในวงเงินไม่เกิน 44,000 ล้านบาท เริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งประชาชนให้การตอบรับต่อโครงการ "คนละครึ่งพลัส" เป็นอย่างมาก โดยสังเกตจาก โควตา 20 ล้านสิทธิ์หมดภายในวันเดียว โดยโครงการ “คนละครึ่งพลัส” สามารถใช้จ่ายผ่านฟู้ดเดลิเวอรีได้ ซึ่งทำให้ร้านค้าและร้านอาหารจำนวนมากให้ความสนใจ และคาดว่าจะมีร้านค้าและร้านอาหารเข้าร่วมกว่า 9 แสนร้าน เนื่องจากไม่ต้องกังวลต่อการเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง เพราะภาครัฐแจ้งว่าจะไม่ส่งข้อมูลการขายของร้านค้าและร้านอาหารให้กับกรมสรรพากร
2. มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยประชาชนสามารถลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับการเข้าพักโรงแรม โฮมสเตย์ สถานที่พักที่ไม่ใช่โรงแรม รวมถึงค่าอาหารในร้านที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยสามารถลดหย่อนได้สูงสุด 20,000 บาท ซึ่งประชาชนที่ท่องเที่ยวเมืองหลักจะได้หักค่าลดหย่อนได้ 1 เท่าของค่าใช้จ่าย และเที่ยวเมืองรองจะได้หักค่าลดหย่อนได้ 1.5 เท่าของค่าใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจ SME ร้านอาหาร โรงแรม ที่พัก และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
3. มาตรการลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคโดยการจัดงาน "รวมพลังห้างท้องถิ่น ลดยิ่งใหญ่ ไทยช่วยไทย (LOCAL Low COST)" เพื่อลดราคาสินค้าจำเป็นสูงสุดกว่า 60% ตั้งแต่วันที่ 1-15 พ.ย. 2568 เพื่อช่วยลดค่าครองชีพของประชาชน ให้สามารถเข้าถึงสินค้าราคาประหยัด อีกทั้งช่วยเพิ่มยอดขายและรายได้ให้กับผู้ประกอบการห้างท้องถิ่นกว่า 90 แห่ง 800 สาขา
4. มาตรการแก้ไขปัญหาหนี้รายบุคคล รัฐบาลมีแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาหนี้สินและเพิ่มสภาพคล่อง โดยเฉพาะการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาหนี้รายบุคคลในระบบที่ไม่เกินหนึ่งแสนบาท โดยพิจารณามาตรการ เช่น การพักชำระหนี้ (โดยรัฐบาลอาจชดเชยดอกเบี้ยให้) และการช่วยลูกหนี้ที่มีศักยภาพให้สามารถกลับเข้าสู่ระบบ รวมถึงการเร่งรัดมาตรการแก้หนี้ในระบบ เช่น การดำเนินการต่อเนื่องจากโครงการ "คุณสู้ เราช่วย" ของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีหนี้สินต่าง ๆ
จากการสัมภาษณ์และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในสิ่งที่ประชาชนคาดหวังและต้องการ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยประชาชนและนักวิชาการในหลากหลายสาขาอาชีพได้เสนอแนะต่อรัฐบาล ดังนี้
1. จากสถานการณ์เศรษฐกิจตกต่ำในขณะนี้ ทำให้ประชาชนให้ความสนใจโครงการ "คนละครึ่งพลัส" ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน แต่ยังคงมีประชาชนบางกลุ่มที่ไม่สามารถลงทะเบียนใช้สิทธิ์ได้ทัน เนื่องจากโควตาสิทธิ์หมดในวันเดียว ทั้งนี้ ประชาชนจึงขอให้ภาครัฐช่วยเหลือกลุ่มตกค้างที่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ด้วย ในส่วนร้านค้าใหม่ในบางพื้นที่ยังไม่สามารถเข้าร่วมโครงการฯ ได้ เนื่องจากรอเจ้าหน้าที่รัฐยืนยันการประกอบกิจการจริง จึงขอให้เจ้าหน้าที่รัฐช่วยดำเนินการแบบเชิงรุก เพื่อให้ร้านค้าต่าง ๆ สามารถเข้าร่วมโครงการได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
2. ประชาชนต้องการให้รัฐบาลมีมาตรการที่ชัดเจน และดำเนินการอย่างรวดเร็วและจริงจังในการปราบปรามมิจฉาชีพ ธุรกิจสีเทา สเกมเมอร์ การพนันออนไลน์ และสิ่งผิดกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งสร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายลงโทษอย่างหนักต่อเจ้าหน้าที่รัฐที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และให้ความร่วมมือกับธุรกิจผิดกฎหมายอย่างจริงจังและเด็ดขาด
3. ถึงแม้ว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกุล จะมีเวลาในการบริหารประเทศประมาณ 4 เดือน แต่ประชาชนมีความคาดหวังว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย ที่มีสโลแกนว่า “พูดแล้วทำ” จะเร่งดำเนินนโยบายตามที่ได้แถลงไว้ให้เป็นรูปธรรมมากที่สุด อาทิ มาตรการพักชำระหนี้รายย่อยไม่เกินหนึ่งแสนบาท การส่งเสริมและสนับสนุนพลังงานสะอาด เร่งติดตั้งเครื่องมือเตือนภัย และการยกระดับการบริหารภาครัฐให้ทันสมัย เป็นต้น
4. ประชาชนต้องการให้รัฐบาลปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงานเ เพื่อให้ราคาพลังงาน (ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน และค่าแก๊ส) มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับรายได้ของประชาชน เพื่อช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนอย่างยั่งยืน
ผลคาดการณ์ในอีก 3 เดือนข้างหน้า พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวม และรายได้จากการทำงานเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 38.60 และ 32.40 ตามลำดับ ส่วนความเชื่อมั่นต่อรายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครัวเรือน และรายจ่ายด้านการท่องเที่ยว ในอีก 3 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้น คิดเป็น ร้อยละ 35.60 และ36.80 ตามลำดับ ในขณะที่ความเชื่อมั่นด้านความสุขในการดำเนินชีวิต การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ
34.70, 34.20 และ 32.50 ตามลำดับ